ศิลปะของไทย ความเป็นมาของศิลปะของไทย

ศิลปะของไทย ศิลปะไทย คือเอกลักษณ์ ของความเป็นไทยอย่างหนึ่ง ที่อยู่คู่กับ สังคมไทยมาอย่างช้านาน เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ ที่คนไทยมีความภูมิใจ กับศิลปะความเป็นไทย ที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทย เป็นอย่างมาก ศิลปะของไทยนั้น ได้รับอิทธิพล มาจากส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นประเพณี หรือวัฒนธรรม ที่สืบทอดกันมา ตั้งแต่ในยุคบรรพบุรุษ โดยศิลปะของไทยนั้น จะดูอ่อนหวาน ละมุนละไม ตามจารีตธรรมเนียมประเพณีของคนไทย ที่มีมาแต่เดิม แต่แฝงไปด้วยความอลังการ ความตระการตา ทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้

ก่อให้เกิดเป็นศิลปะ แห่งความเป็นไทย ที่ดูแล้วสบายจิตสบายใจ เอกลักษณ์อย่างหนึ่ง ของศิลปะไทยนั้น มักจะใช้สีดำตัดกับสีน้ำตาลเท่านั้น จะไม่ใช้สีอื่นโดยอิทธิพลหลัก ที่ศิลปะไทย ได้รับมาล้วนมาจากการใช้ชีวิต ของประชาชนคนไทย ตั้งแต่ยุคก่อน ๆ คนไทยเรามีลักษณะนิสัยพื้นฐาน ยึดติดกับประเพณี และศาสนา

สิ่งเหล่านี้ได้แผนที่ บนเข้ามาสู่ศิลปวัฒนธรรมไทย ทุก ๆ ศิลปะและวัฒนธรรมไทย ศิลปะไทย 4 ภาค นั้นแฝงไปด้วยข้อคิด ทางวัฒนธรรม และศาสนา เห็นได้จากตามจิตรกรรมฝาผนังต่าง ๆ ที่ล้วนแต่เป็นนิทานชาดก เรื่องเล่าที่เกี่ยวกับศาสนา ส่วนทางด้านประเพณี และวัฒนธรรมคนไทยเรานั้น เป็นประเทศเกษตรกร มาแต่ไหนแต่ไร

ตั้งแต่ยุคบรรพบุรุษ โบราณกาลมา ประเพณีขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมต่าง ๆจึ งมักจะเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ พื้นดินพื้นน้ำอยู่เสมอ และส่งผลต่อ ให้กลายเป็นความคิด และความเชื่อในหมู่ประชาชนคนไทย มาตั้งแต่บรรพบุรุษ จนถึงปัจจุบันแต่ยอมรับ ว่าศิลปะไทยเรานี้ ช่วยส่งเสริมส่งต่อสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดความหมายคน ในสังคมยอมรับ

และแพขยายออกไปโดยแพร่ออกไป ในลักษณะ ของขนบธรรมเนียมประเพณี และได้ทำผ่านสัญลักษณ์ต่าง ๆ และสัญลักษณ์ต่าง ๆ เหล่านี้แหล่ะ ที่เราเรียกว่าศิลปะไทย

ศิลปะของไทย

ศิลปะของไทย และประวัติเป็นมาความยาวนานของศิลปะไทย

ศิลปะไทย มีประวัติความเป็นมายาวนาน นับ 1000 ปี หลักฐานบ่งชัด ที่ชัดเจนที่สุด ศิลปะไทยนั้นมี มาตั้งแต่สมัยพุทธศักราช 300 และมีหลักฐาน ที่ค้นพบอยู่ตลอดเวลา ยาวจนมาถึงพุทธศักราช 1800 โดยส่วนใหญ่ ล้วนเป็นศิลปะและวัฒนธรรม ที่เกี่ยวกับพุทธศาสนา โดยได้รับอิทธิพล มาจากประเทศอินเดีย

โดยชาวอินเดีย นำเข้ามาศิลปะในส่วนนี้ สร้างให้เกิดอิทธิพล ต่อรูปแบบ ศิลปะไทยในยุคหลัง ขึ้นมาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษา ศิลปกรรม วรรณกรรม โดยแยกกระจายออกไป เป็นศิลปะต่าง ๆ แบ่งออกเป็นยุค ไม่ว่าจะเป็น ศิลปะสมัยทราวดี สมัยศรีวิชัย ศิลปะสมัยลพบุรี ศิลปะไทย สากล จนเมื่อล่วงเลยมา ที่ดินแดนไทย

สามารถรวมกันเป็นปึกแผ่น เกิดเป็นประเทศไทยได้ ศิลปะดังกล่าว ก็แตกออกเป็นศิลปะไทย ในรูปแบบต่าง ๆ โดยชาวไทย ได้พยายามเสริมสร้าง เติมแต่งให้เกิดเป็น เอกลักษณ์ ให้มีความเด่นชัด และเป็นพิเศษกว่า งานศิลปะของชาติอื่น ๆ จึงเกิดเป็นศิลปะต่าง ๆ เกิดขึ้นมามากมาย ยกตัวอย่างเช่น ลายไทย

ที่เป็นศิลปะแฝงไปด้วย ความอ่อนหวาน และสอดแทรกวัฒนธรรมอยู่เสมอ โดยศิลปะลายไทย เราสามารถเห็น ได้ตามวัดวาอารามต่าง ๆ ปราสาทราชวัง จนไปถึงพวกเครื่องประดับ ตั้งแต่ยุคโบราณ 

ลักษณะของศิลปะไทยแบบภาพวาด หรือ จิตกรรมไทยต่างๆ

โดยเอกลักษณ์ ที่สามารถบ่งบอกได้ว่า นี่คือลักษณะของศิลปะไทย ในรูปแบบ ภาพวาดศิลปะไทย หรือจิตรกรรมไทยต่าง ๆ ศิลปะไทย ตัวอย่า นั้นจะมีเอกลักษณ์ชัดเจน ที่เหล่าช่าง ตั้งแต่ในยุคโบราณ จนถึงปัจจุบันนั้น กำหนดเอาไว้ ตายตัวชัดเจนว่า หากเป็นศิลปะภาพวาดของไทย หรือจิตรกรรมของไทย จะต้องมีลักษณะอย่างนี้ ที่ถึงจะเข้าข่าย เป็นสัญลักษณ์ และศิลปะของความเป็นไทย ในรูปแบบภาพวาด หรือกิจกรรม

  1. ต้องมีเอกลักษณ์ ในการเขียนสีแบน ภาพวาดศิลปะ ความเป็นไทย จะไม่คำนึงถึงแสงและเงา แต่จะเน้นไปที่ การตัดเส้นให้ชัดเจน อย่างที่บอกว่า จะใช้สีดำกับน้ำตาล ให้ความรู้สึกอ่อนไหว นุ่มนวลเป็นหลัก
  2. หากเป็นภาพวาด เรื่องเล่าวรรณคดี เรื่องราคาพุทธศาสนา หรือต้องการกล่าวถึง สิ่งใดก็ตามภาพวาดนั้น มักเจ้าวาด ตัวพระเอก และตัวพระนาง ในลักษณะ ที่คล้ายกันมีดีล่ะ เหมือนกันท่าทางเหมือนกัน แต่จะมีความแตกต่าง เพียงแค่การแต่งตัว สีของร่างกาย รวมถึงเครื่องประดับต่าง ๆ 
  3. ภาพวาดศิลปะไทยนั้น จะต้องเป็นมุมมอง ตานกมอง หรือเป็นภาพวาด ที่อยู่ในมุมมองต่ำกว่า สายตาเป็นการมอง มาจากมุมสูงเลย เห็นเรื่องราวต่าง ๆ มากมายในภาพนั้น
  4. เอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างนึงยกตัวอย่างเช่น ตามภาพวาดผนังวัด ท่านมักจะเขียน กันเป็นตอนเป็นตอน ไม่ว่าท่านจะเริ่มมอง หรืออ่านจากมุมไหน จะเป็นซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย หรือบนลงล่าง เรื่องราวก็จะสามารถ นำมาปะติดปะต่อกันได้
  5. หากเขียนภาพ ประดับลายไทยมักจะตกแต่งด้วยสีทอง เพื่อเพิ่มมูลค่ าและดูสว่างสดใส ทำให้ดูมีคุณค่ามากขึ้น
    ศิลปะของไทย

ประวัติศาสตร์ศิลปะไทยสมัยสุโขทัย ภาพลายไทย ได้รับอิทธิพลจากสิ่งใดบ้าง

ภาพลายไทยต่าง ๆ หรือรายกนก ที่เราเคยเห็นจนคุ้น ตามนี้ปัจจุบัน จุดที่มานั้น ส่วนใหญ่ได้รับและอิทธิพล และถูกสร้างขึ้น มาจากการดัดแปลง จากธรรมชาติ ให้กลายเป็นลวดลายต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น ตาอ้อย เปลวไฟ รวงข้าว ดอกบัว ก้ามปู ด้วยคำว่า ลายกระหนก นั้นหมายถึงลายไทยดั้งเดิม

โดยแบ่งออกเป็นทาง ลายกระหนกลาย ลายกนกก้านขด ต่อมาจึงมีคำว่า กนก เฉยเฉย ซึ่งในส่วนนี้จะหมายถึง ทอง กนกปิดทอง กนกตู้ลายทอง ส่วนประวัติ การใช้คำนี้ครั้งแรก เกิดขึ้นเมื่อใดนั้น ไม่มีประวัติ หรือหลักฐาน ลงบันทึกไว้ชัดเจน แต่เข้าใจ และสืบทอดกันมา ตั้งแต่สมัยโบราณ และคาดว่าเริ่มมา ตั้งแต่ในสมัยทราวดี และเลือกส่งต่อ สืบทอดกันมา จนเกิดเป็นคำเหล่านี้

ประวัติศิลปะไทย ช่างศิลปะไทยในสมัยโบราณ

ช่างศิลปไทย ในยุคโบราณนั้น มักจะมีพฤติกรรม เอกลักษณ์อย่างหนึ่ง คือมักจะไม่บ่งบอกตัวตน ไม่จริงข้อมูลใดใด ให้ในการสืบค้นหา ว่าเป็นใคร ดังนั้นช่างศิลปไทย ในยุคโบราณ จึงมีความเป็นอยู่ ที่ยากลำบาก เรื่องราวของพวกเขา มักจะถูกส่งต่อ ในรูปแบบปากต่อปากเท่านั้น

หรือแค่เป็นเรื่อง กล่าวขาน ยกตัวอย่างภาพศิลปะ บนผนังวัด ที่วัดสุบรรณนาราม วัดบางกอกน้อย ที่กรุงเทพมหานคร หากเช็คประวัติ สืบสาวก็จะเห็นเพียงว่า คนที่วาดภาพเหล่านี้ขึ้นมา คือครูคงแป๊ะ และทราบแค่เพียงเท่านี้ ไม่มีข้อมูลอย่างอื่น ให้สาวถึงได้เลย เหตุผลที่เป็นแบบนี้ เพราะครูศิลปะไทยส่วนใหญ่

คิดว่าการสร้างผลงานเหล่านี้ มันคือการอุทิศ ความเชื่อทางศาสนา อุทิศความสามารถของตน และเป็นผลกรรมดี ที่ตนจะสร้างเอาไว้ ใช้ในภายภาคหน้า ในชาติหน้า จึงไม่ต้องการ ที่จะแสดงความเป็นเจ้าของ ศิลปะในส่วนนี้ คือสร้างมาเพื่อถวาย ให้กับวัด โดยการสร้างศิลปะ ผนังวัดเหล่านี้ ต้องใช้ความมันเพียร อดทนพยายามเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะในยุคก่อน ที่ยังไม่มีไฟฟ้า จะต้องเขียนภาพขึ้น ในที่แคบและมืด ใช้เพียงแสงสว่าง จากเทียนเท่านั้น ในการส่อง กว่าจะสร้างจนเสร็จ ต้องใช้ระยะเวลาพอตัว โดยเฉพาะการเข้าไปวาดภาพ ภายในกรุ ในพระปรางค์ ในพระเจดีย์ต่าง ๆ หรือในโบสถ์วิหาร ที่มีขนาดเล็ก ที่ต้องใช้ความพยายาม เป็นอย่างมาก

ศิลปะที่ดี

ศิลปะทางตะวันตก