ศิลปะที่ดี คุณคิดว่าเป็นแบบไหน ศิลปะมีผิดมีถูกหรือไม่ ตามไปอ่านกันได้เลย

ศิลปะที่ดี

ศิลปะที่ดี นั้นควรเป็นอย่างไร มีศิลปะดีและไม่ดีจริงหรือ

ศิลปะที่ดี คำว่าศิลปะ คำคำนี้ เป็นคำที่มีความหมาย อีกทั้ง ศิลปะที่ดี เมื่อมองเห็นในครั้งแรก ก็จะเกิดความพึงใจทันที และงานศิลปะ ที่แสดงออกมาในแต่ละครั้ง จะต้องมีจุดเด่น ให้สามารถเห็นได้ง่าย ซึ่งจุดเด่นทางศิลปะ ต้องมีสิ่งที่เด่น สะดุดตาขึ้นมา ประเภทของศิลปะ

เพื่อที่จะสามารถดึงดูด ผู้ที่มองได้ ไม่ว่าจะเป็น งานศิลปะประเภทใด เมื่อมีการออกแบบมา จะต้องแสดงจุดยืนของงาน อีกทั้งต้องแสดงออก ถีงเนื้อหา ที่ต้องการสื่อออกมา เพื่อเน้นถึงจุดต่างๆ จนเกิดความสัมพันธ์กันขึ้น แรงบันดาลใจ ก็สำคัญ ศิลปะทันสมัย

ศิลปะที่ดี

สิ่งที่จะทำให้เกิด ศิลปะที่ดี คือ ?

  1. แรงบันดาลใจ ที่ได้จากสิ่งรอบตัว เช่น ธรรมชาติ 
  2. แรงบันดาลใจ ที่ได้มาจาก ศรัทธา 
  3. แรงบันดาลใจ ที่ได้มาจาก อารมณ์ ความรู้สึก 

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ จะสามารถ นำพางานศิลปะที่ดี ให้เกิดขึ้นมาได้ ผู้ที่สามารถ สร้างสรรค์งานศิลปะที่ดีได้ เพราะมีโอกาส ที่จะได้แสดง ความคิดสร้างสรรค์ ที่ได้มาจาก สิ่งต่างๆ อีกทั้งยังสามารถ นำมาปรับปรุง และพัฒนาเพื่อให้ เกิดสิ่งที่นำไป พัฒนางานให้ออกมาได้มากมาย 

ศิลปะที่ดี เป็นอย่างไร ในความคิดของผู้คน ?

ในความเป็นจริง ศิลปะถือว่า เป็นเครื่องมือสื่อสารก็ได้ เพราะศิลปะ สามารถนำมาใช้สื่อสารได้ ทั้งในทางด้านอารมณ์ และความรู้สึกต่างๆ ที่จะสามารถ นำมารวมกับศิลปะ เพื่อใช้มาเล่าเรื่องราวต่างๆ ทั้งเรื่องสุข เรื่องเศร้า เรื่องความเหงา  หรือเรื่องทุกข์ใจต่างๆ ที่จะสามารถ นำมาเล่าผ่าน เรื่องกับงานศิลปะได้ ซึ่งศิลปะนั้น จะนำเสนอได้ทั้ง เรื่องที่สวยงาม หรือเรื่องที่เจ็บปวด และยังสามารถ ทำให้สามารถ รู้ถึงจิตใจ ศิลปะที่มีชื่อเสียง

ส่วนลึกที่ปกปิด ซ่อนเร้นของจิตใจคนเราได้ เพราะศิลปะที่ดี ไม่ใช่ที่จะต้องแสดง แต่สิ่งที่สวยงามออกมา เพราะต้องสามารถ แสดงส่วนที่เศร้า หรือส่วนด้านมืดออกมาได้เหมือนกัน เพราะในประเทศฝรั่งเศษ ได้เคยเกิดเหตุการณ์นี้มาแล้ว ซึ่งถือว่า เป็นการปฏิวัติ วงการศิลปะเลยทีเดียว เนื่องจากในช่วงปี ศตวรรษที่ 17 ศิลปะส่วนใหญ่ ที่มีชื่อเสียง มาจากประเทศฝรั่งเศษ ที่มักมีการจัดงาน แสดงงานศิลปะ ศิลปะคือ

มีการจัดการแสดง “งานศิลปะที่สุดแสนอัปลักษณ์เกิดขึ้น”

ซึ่งเกิดจาก การที่ได้ เก็บรวบรวม งานศิลปะที่ถูกคัดทิ้ง จากคณะกรรมการ ที่ตัดสินงานศิลปะของฝรั่งเศษ ซึ่งมีศิลปินผู้วาดภาพ มากมายหลายร้อยคน ในสมัยจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ซึ่งหลักการคัดทิ้ง ของงานคือ ต้องไม่เป็นภาพอุจาดตา ไม่โป๊เปลือย หรือมีความอัปลักษณ์ ในทางสายตา กับคณะกรรมการ ศิลปินผู้วาดภาพ มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด เพราะมีแรงจูงใจ จากความสำเร็จ มาเป็นตัวดึงดูด ศิลปะที่แพงที่สุด

จึงทำให้เกิดการ ประท้วงจากเหล่าศิลปิน ที่นำภาพวาดมาแข่งขัน จนเกิดเป็นเรื่องราวใหญ่โต จนจักพรรดินโปเลียนที่ 3 ได้ตัดสินใจทำบางอย่าง โดยการสั่งให้นำงานศิลปะ ที่ถูกคัดออกจากการประกวด ที่เหล่าจิตรกร ไม่ยอมรับคำวิจารณ์ ในคำตัดสิน ของเหล่าผู้ตัดสิน 

จึงได้มีคำสั่ง ให้นำงานศิลปะเหล่านั้น ไปแสดงแล้วให่ ประชาชนเป็นผู้วิจารณ์ จึงทำให้เกิดการ วิจารณ์งานศิลปะ และอนุญาติให้เย้ยหยัน งานศิลปะเหล่านั้นได้เต็มที่ จนเกิดงานศิลปะที่ถูกเรียกว่า “งานศิลปะชั้นเลว” หรือ “อัปลักษณ์ศิลป์” และในครั้งนี้ ได้มีภาพดาวเด่น 

ที่ได้รับคำวิจารณ์ และเย้ยหยันมากที่สุด คือภาพที่มีหญิงสาวเปลือยกาย อยู่ในสวนสาธารณะ กลางกลุ่มชายที่สามเสื้อผ้าเต็มยศเรียบร้อย เกิดการถกเถียงกันมากมาย ได้รับการด่าว่า อย่างเสียหาย เพราะนางแบบที่ได้วาดนั้น ไม่ใช่ผู้ที่มีชื่อเสียง หรือนางฟ้าเทพธิดา ที่มาของศิลปะ

แต่กลับกลายเป็น โสเภณีที่ชาวปารีสต่างรู้จักกันดี  คือหญิงสาวที่ หาเงินอยู่กับการขายเรือนร่าง อยู่ในสวนสาธารณะนั้นนั่นเอง เพราะโสเภณีที่สวนสาธารณะ เป็นสิ่งที่หลายคนนั้นรับรู้กัน แต่ก็ไม่มีคนเอามาพูด จึงกลายเป็น การวิจารณ์ด่าว่า และเย้ยหยันตัวเอง ศิลปะคืออะไร

มากกว่าที่จะเย้ยหยันผู้เป็นจิตรกร ต่อมาผู้ที่วาดภาพนี้ กลายเป็นต้นแบบ ศิลปะอีกแขนงที่เกิดขึ้น จากการปฏิวัติจิตรกรรมศิลปะ ของจิตรกรที่โดยปกติ สร้างสรรค์งานศิลปะ ให้กับคนชั้นสูงได้ดู เป็นเรื่องเล่าของคนชั้นสูง ก่อนจะถูกปฏิวัติ จากจิตกรได้ทำการปฏิวัติ นิยามของศิลปะ

ด้วยการบอกเล่าเรื่องราว ของคนธรรมดาสามัญ จากแนวคิดนี้นี่เอง ที่เป็นการนำเอาเรื่อง ของคนธรรมดาสามัญ มาสร้างสรรค์ผลงาน และนำไปสู่การบุกเบิก งานศิลปะชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า “อิมเพรสชั่นนิสม์” (Impressionism) เป็นงานศิลปะ ที่ได้รับอิทธิพล ที่จะผลักดัน

จนเกิดการเปลี่ยนแปลง ทางด้านสังคม การเมืองและศิลปวัฒนธรรม (การปฏิวัติฝรั่งเศษ) เป็นการล้างค่านิยม ของงานศิลปะเก่าๆ ดั้งเดิม นำไปสู่งานศิลปะแขนงใหม่ ที่เรียกกันว่า โมเดรินอาร์ท (Modern Art) ถึงขนาดที่ว่า มีคนเคยวิจารณ์ และประชดประชัน กลุ่มศิลปินนี้

ศิลปะที่ดี

ในที่สุดวงการ ศิลปะก็มาถึงจุดหักเห

เป็นเหตุให้เหล่าจิตรกร เริ่มวาดภาพแบบใหม่ โดยการใช้หลักการ ของแสงและเงา อีกทั้งบรรยากาศจากธรรมชาติ ผู้คนที่เป็นคนธรรมดาสามัญ หรือภาพนู๊ดที่เป็นคนธรรมดาทั่วไป แทนการวาดภาพ จากเทพนิยาย หรือเกี่ยวกับศาสนา อีกทั้งภาพวาดนชั้นสูง ความสำคัญของศิลปะ

ซึ่งการวาดภาพแบบใหม่นี้เอง กลายเป็นเรื่อง ที่ไม่สามารถยอมรับได้ ในวงการศิลปะสมัยจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 นี้ เพราะการวาดภาพแบบสมัยใหม่ เป็นการวาดภาพ แบบการสบัดแปรง เพื่อจับห้วงเวลา และอารมณ์ เป็นการบันทึกอารมณ์ ความประทับใจ ในความรู้สึกขณะนั้น

และในบางครั้ง ศิลปินก็จับอารมณ์ที่ดำมืด ชั่วร้าย เลวทรามออกมา ซึ่งผิดกับศิลปะดั้งเดิม ที่จะนำเอาแต่ด้านที่ดี สวยงามของผู้คน ความศรัทธา ของชนชั้นสูงมาเล่าเรื่องเสียมากกว่า ศิลปะสมัยใหม่อย่าง โมเดิร์นอาร์ท (Modern Art) ศิลปินคนแรกของการวาดภาพนี้

เป็นชาวสเปน ซึ่งภาพของเขา อัดแน่นไปด้วย อารมณ์รุนแรง ลึกลับ และมีแนวคิดที่ล้ำสมัย จนกลายเป็นต้นแบบ และแรงบันดาลใจ ให้กับศิลปินในยุคต่อมา และยังมีผลงาน ออกมาอีกหลาชิ้น ที่เป็นในลักษณะ ต่อต้านสงคราม ตัวตั้งตัวตี ของเหล่าศิลปินนักปฏิวัติ ศิลปะสมัยใหม่

ที่มีผลงาน ที่แสดงให้เห็น ของความโหดร้ายในสงคราม จากภาพการสังหารหมู่ ของกองทัพนโปเลียน อีกทั้งยังมีภาพงานศิลปะที่ดีที่สุด และได้รับการกล่าวขานถึงมากที่สุด เป็นภาพที่สท้อนให้เห็น ถึงสิ่งที่ซ่อนเร้น ความกลัว ในจิตใจคน ที่สามารถทำสิ่งชั่วร้ายออกมาได้

เป็นภาพวาดอันดำมืด ของจิตใจ ที่ศิลปินผู้สร้างสรรคผลงาน ได้รับแรงบันดานใจ มาจากตำนาน เทพนิยายกรีกโบราณ ซึ่งเป็นเรื่องราว ของเทพองค์หนึ่ง ที่หวาดกลัวบุตรของตนเอง ที่ถือกำเนิดเกิดมา พร้อมมีคำทำนาย ที่ว่าบุตรชาย จะทำการปล้นบังลังค์สวรรค์ของตนเอง

เขาจึงจับลูกที่ยังเล็กอยู่ มากินทั้งเป็น โดยไม่เปิดโอกาสให้เติบโต จึงสรุปได้ว่า ศิลปะที่ดี ต้องสามารถ แสดงให้เห็นทั้ง ด้านดี สดใส สวยงามได้ อีกทั้งยังสามารถ แสดงผลงาน ในด้านที่ดำมืด โหดร้าย เลวทราม ออกมาได้เช่นกัน เพราะงานศิลปะที่ดีนั้น จะต้องสามารถ สื่อได้ถึงอารณ์ ออกมาได้ดีที่สุดอีกทั้งต้องสามารถ สื่อสารออกมาได้ เต็มรูปแบบจนผู้ชมสามารถเข้าใจถึง อารมณ์เหล่านั้นของศิลปินได้ เต่าญี่ปุ่น