ศิลปะที่แพงที่สุด ที่พร้อมบ่งบอกถึงอารมณ์ และเทคนิคการวาดของศิลปิน

ศิลปะที่แพงที่สุด

ศิลปะที่แพงที่สุด มาพร้อมกับปริศนาในภาพ ที่นักศิลปะค้นหาที่ความหมายนี้ มาอย่างเนิ่นนาน จะเป็นภาพไหนกันแน่?

ศิลปะที่แพงที่สุด นับว่างานศิลปะเป็นหนึ่งในงาน ที่มูลค่าอย่างมาก และยิ่งถ้านักวาดคนดังกล่าว มีชื่อเสียงทางด้านศิลปะ และทางวิทยาศาสตร์ ร่วมกันละก็ ทวีคูณของมูลค่างานชิ้นนั้นไปเลย เช่นเดียวกับหลายคน ที่ถามเข้ามาว่า ศิลปะคืออะไร และทำไมงานศิลปะต้องแพง อะไรคือความสวยงาม ของงานศิลปะชิ้นหนึ่ง ทุกอย่างนี้ประเมินค่าจากอะไร อย่างอื่นที่ต้องบอก และให้ทำความเข้าใจ

กับการที่จะมองงานศิลปะ ให้มีมูลค่ามากขึ้น โดยสิ่งแรกคือ ผู้ที่รับชมงานศิลปะ ต้องมีความชื่นชอบด้วยใจ ก่อนเป็นอันดับแรก และทั้งหมดที่เหลือก็จะตามมา ต่อมาด้วยคำถามที่ว่า ทำไมราคาของภาพวาด ถึงมีมูลค่าที่สูง ถึงสูงมากๆได้

ซึ่งในส่วนนี้นั้น ราคาของภาพวาด ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาทิเช่น เทคนิคการวาด และ ชื่อเสียงของนักศิลปะ เช่นเดียวกับภาพนี้ ที่เป็นปริศนาที่ยังไม่คลี่คลาย พร้อมทั้งราคาของภาพ ที่ถูกประมูลไปล่าสุดในปี 2560 ก็นับว่าเป็น ชูก้าไรเดอร์

ภาพศิลปะที่แพงที่สุดในโลก เพราะภาพนี้ถูกรังสรรค์การวาดโดย นักศิลปะชื่อดังอย่าง Leonardo da Vinci ดยภาพนี้เป็นหนึ่งภาพประวัติศาสตร์ ที่แสดงถึงพระเยซูที่ถือลูกแก้ว และยังสวมใส่เสื้อผ้าเรเนซองค์ พร้อมทั้งวาดบนแผ่นไม้วอลนัต

ส่งผลให้ภาพนี้มีมูลค่าถึง 450.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ด้วยชื่อภาพที่มีชื่อว่า Salvator Mundi

ศิลปะที่แพงที่สุด

ศิลปะที่แพงที่สุด กับภาพวาดที่ถูกวาดบนผ้าใบ โดยจิตรกรชื่อดัง แต่จะเป็นใคร?

เมื่อถามหาศิลปะที่มีคุณภาพ หรือ ศิลปะที่ดี ก็ล้วนแต่จะมีคำตอบที่เกี่ยวกับภาพวาดดังๆ ที่สามารถติดตามได้ตามพิพิธภัณฑ์ หรือตามวัง แต่น้อยคนมาก ที่จะได้เห็นภาพจริงเหล่านั้น เนื่องจากความต้องการ ในการคงสภาพของภาพ

ให้มีดั่งเหมือนครั้งแรกที่วาด เพื่ออนุรักษ์ไว้ อีกทั้งความงาดงามของภาพ ที่จิตรกรได้มีความตั้งใจ ในการคิดและวาด ภาพนั้นๆออกมา เช่นเดียวกับภาพนี้ ที่มีชื่อภาพว่า Interchange เป็นหนึ่งภาพวาดสีน้ำมัน ที่โด่งดังไปทั่วโลก

เพราะเป็นหนึ่งจิตรกรรม ที่ใช้เทคนิคที่หลากหลาย เพื่อวาดภาพนี้ขึ้นมา และยังวาดบนผ้าใบ ทำให้ผู้ที่ได้ชม รับรู้ถึงอารมณ์ และความรู้สึกในภาพนั้น โดยจิตรกรคนนี้ มีเชื้อสายเป็น ชาวดัตช์ – อเมริกัน ซึ่งภาพนี้วาดแล้วเสร็จเมื่อปี 2498

พร้อมทั้งอธิบาย ความหมายของภาพ ที่บ่งบอกถึงมุมมอง ของความคิดของคนในสมัยนั้น ที่มีความรู้สึกต่อสังคมสมัยใหม่ ที่กำลังเกิดขึ้นเมื่อ การเปลี่ยนแปลง เข้าสู่ยุคนั้น ส่งผลให้มุมของคนสมัยนั้น มองมาในเรื่องของการพัฒนานั้น

เป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ เช่นเดียวกับที่นักวาดคนนี้สื่ออกมา เพื่อให้คนที่ชมนั้น รู้สึกคล้อยตามไปด้วย เพราะเขาคนนี้คือ Willem de Kooning หนึ่งในจิตรกรชื่อดัง ที่มีสไตล์การวาดแนว Franz Kline และยังมีการประมูลภาพนี้ด้วยราคา 300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ศิลปะที่แพงที่สุด ด้วยการประมูลที่สูงถึง 210 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จะเป็นภาพวาด ที่จิตรกรไหนวาดกันละ?

ด้วยการค้นหาภาพ หรือรูปภาพ ที่เกี่ยวข้องกัลศิลปะ เพื่อที่ทำให้คนยุคหลัง เข้าไปเสพ ความรู้สึกเหล่านั้น นับว่าหาได้ยาก จากประเทศไทยไปแล้ว เพราะการเข้าถึงวงการศิลปะ สามารถเข้าถึงได้ยากมากๆ และยิ่งหากคุณคือ

หนึ่งในเด็กใหม่ จะมีการเข้าถึงรูปแบบของ ศิลปะทันสมัย มากกว่าศิลปะยุคเก่าๆ แต่ด้วยกาลเวลาผ่านไป ด้วยเทคนิคเหล่านี้ ที่ทำให้คนยุคใหม่ จะสัมผัสกับอารมณ์ ที่นักวาดขึ้นมา ได้แบบใกล้ชิด ส่งผลให้การดึงภาพ ที่มีเอกลักษณ์

ในยุคก่อนๆ เข้ามาเรียนรู้ เพื่อปรับใช้เทคนิคที่ดีขึ้น ที่เหมาะสม กับการเอื้ออำนวย และอีกทั้งนำมาประยุกต์กับ การวาดหรือรังสรรค์ขึ้นมา เช่นเดียวกับภาพนี้ ที่ถูกดึงความหมาย ที่เด่นชัดออกมาสื่อ ซึ่งก็คือคำว่า When Will You Marry?

วาดโดยจิตรกรมือดี ที่ชื่อว่า Paul Gauguin ที่รายละเอียดของรูปภาพ เป็นหญิงสาวที่ใส่ชุดประจำพื้นเมือง ที่มีเอกลักษณ์ ของลายผ้าอย่างมาก ที่จะบ่งบอกถึง ลักษณะการใช้ชีวิต ของคนทางฝั่งเอเชีย และยุโรป แต่การประมูลครั้งนี้

ครอบครัวจากรัฐกาตาร์ ก็สามารถที่คว้า ไปครอบครอง ด้วยชื่อภาพ Nafea Faa Ipoipo ที่ถูกประมูลไปด้วยราคา 210 ล้านเหรียญสหรัฐ 

ศิลปะที่แพงที่สุด

ภาพแนว Abstract ที่ทุกคนไม่อยากลืมเลือน แถมยังเลือกใช้ สีน้ำมันชนิดเดียวอีกด้วย จะเป็นผลงานของใคร?

การที่จะเข้าถึงอารมณ์ ของความเป็นศิลปะนั้น คงเป็นไปไม่ได้ยาก เพราะทุกอย่างบนโลกใบนี้นั้น นับว่าเป็นผลงานทางศิลปะ หรือเกี่ยวข้องกับศิลปะทั้งสิ้น ทำให้การวาดภาพ หรือการทำผลงาน ชิ้นหนึ่งออกมา นับว่าเป็นหนึ่งในวิธี

ที่จะแสดงออก ทางด้านศิลปะ อีกทั้งขั้นตอน และสีที่ใช้ เป็นตัวบ่งชี้ถึงความหมาย ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับภาพนี้ ที่หลายคนมองว่า คือภาพอะไรกันแน่ จะสื่อถึงอะไร บอกเลยว่าภาพนี้ เป็นหนึ่งในห้าภาพ ที่แพงที่สุด

ที่ติดในประวัติศาสตร์ ซึ่งภาพนี้ถูกวาด ด้วยสีน้ำมัน พร้อมทั้งแสดง สีสันลงบนผ้าใบ ที่มีชื่อภาพว่า Number 17A ที่หลายคนมองแล้ว เห็นแต่ความสับสน ทับซ้อนของสีไปมา และยุ่งเหยิงอีกด้วย แต่ความยุ่งเหยิงนี้ ยังคงความเป็นศิลปะ

ที่ใครๆต่างอยากเข้าใจ ถึงความยั่งลึกในความหมาย แต่ด้วยภาพนี้ ถูกปรุงแต่ง และคิดออกมา ด้วยนักวาด Jackson Pollock อีกทั้งงานนี้ ถูกซื้อไปด้วยมหาเศรษฐี ที่วางเงินก้อนนี้ที่ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังเกิดการตั้งคำถาม

เพราะพร้อมทั้งคำถามมากมาย ที่เกี่ยวข้องกับภาพนี้ บอกเลยว่าน่าค้นหาไม่น้อย 

ภาพวาดที่โด่งดังไปทั่วโลก กับผู้ริเริ่มวัฒนธรรมด้านป๊อบ จะมีผลงานให้ชื่นชม จะดีขนาดไหน ต้องติดตามเองถูกไหม?

ผู้สร้างผลงานศิลปะทั่วโลก ต่างต้องการความยอมรับทั้งสิ้น แต่ก็มิใช่เพียงแค่งานทางสายนี้เท่านั้น งานทางสื่อออื่น ก็มีเช่นกัน ที่จะต้องการความยอมรับ จากสังคมสมัยนี้ ที่มีเครือข่ายใน การใช้งานและทำงานให้ ศิลปะที่มีชื่อเสียง

นับว่าไม่ยากเกินเอื้อม สำหรับเขาคนนี้ ที่มีผลงานระดับท็อป พร้อมทั้งบุกเบิก แขนงด้านศิลปะที่มากยิ่งขึ้นไป เพราะเป็น ลักษณะของภาพวาด ที่นับว่าเป็นประตูเปิดทาง แห่งวงการศิลปะเลยก็ว่าได้ เพราะเขาคนนี้คือ Roy Lichtenstein

ที่เป็นผู้ริเริ่มด้านวัฒนธรรม ศิลปะแนวร่วมสมัย และผลงานอันโดนเด่น และยืนตะหง่าในวงการ ซึ่งภาพที่พาเขามาอยู่จุดนี้ คือ ภาพวาด Masterpiece ที่ดึงเอกลักษณ์ ในด่างต่างๆที่โดดเด่น ด้วยการแฝงเข้าไป ในคำพูดของภาพ

ที่มีไว้เพื่อดำเนินเรื่อง พร้อมวาดเป็นเอกลักษณ์ ด้วยลักษณะของภาพ กับความเข้าใจด้านสรีระมากขึ้น ทำให้การเล่าเรื่องนั้น มีอะไรน่าค้นหาแบบทวีคูณ แถมยังสามารถกวาดรายได้ จากภาพนี้ไปถึง 165 ล้านเหรียญสหรัฐเลยละ

ชูก้าไรเดอร์